THOUGHT

10 อุปนิสัย ที่ควรละทิ้งก่อนสายเกินไป | TheEnsure

900views

1. ใช้อุปกรณ์สื่อสารก่อนเข้านอน เช่น มือถือ แท็บเล็ต หรือโน้ตบุ๊ก

เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้มีผลโดยตรงต่อคุณภาพการนอนของคุณ ซึ่งเป็นผลลบต่อ อารมณ์ ความคิด และพลังงาน ของคุณในการใช้ชีวิตประจำวัน

2. การเล่นอินเตอร์เน็ตโดยไม่มีแก่นสาร โดยเฉพาะเวลางาน

นอกจากจะทำให้คุณเสียการงานแล้ว ยังเป็นบ่อเกิดของโรคสมาธิสั้นอีกด้วย

3. เช็คมือถือระหว่างการสนทนา ไม่ว่าจะเป็นในการคุยงาน หรือการพูดคุยทั่วไป

ไม่มีอะไรแย่ไปกว่าการเช็คมือถือระหว่างบทสนทนา เมื่อคุณเริ่มการสนทนาใดๆ คุณควรให้เกียรติผู้ร่วมสนทนาด้วยการตั้งใจฟังในสิ่งที่เค้าพูด

4. เปิดเสียงการแจ้งเตือนของแอ๊พพลิเคชั่นต่างๆ ทิ้งไว้ตลอดเวลา

การมีเสียงเรียกเข้า หรือเสียงเตือน จากมือถือของคุณดังขึ้นทั้งวัน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบประสาท ซึ่งทำให้กระบวนความคิดในการทำงานด้อยประสิทธิภาพ

5. มัก “ตอบรับ” เมื่อควร “ปฏิเสธ” หรือเป็นคนที่ไม่กล้าพูดคำว่า “ไม่” นั่นเอง

ความเกรงใจนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ความเกรงใจมากเกินไปจนลืมนึกถึงว่าสิ่งใดดีกับตนไม่ดีกับตน เป็นผลเสียกับการพัฒนาตนเองเป็นอย่างมาก

6. ยอมให้คน หรือสิ่งรอบกาย ทำให้คุณหงุดหงิด

การใช้เวลาไปคิดถึงบุคคล หรือเหตุการณ์ ที่มีผลกระทบต่อจิตใจของคุณ จะทำให้คุณเป็นคนขาดความมั่นใจ และไม่กล้าที่จะทำอะไรเพื่อตนเอง

7. ลงมือทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน โดยไม่ประเมินตนเอง

การจะทำอะไรให้สำเร็จนั้น คุณต้องทุ่มเทความมุ่งมั่นให้สิ่งนั้นอย่างเต็มที่ การทำหลายสิ่งหลายอย่าง ทำให้คุณไม่สามารถใช้พลังกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ 100% มักส่งผลเสียในระยะยาว

8. ติฉินนินทา ในความผิดพลาดของคนอื่น

อย่างที่ Eleanor Roosevelt ได้กล่าวไว้ว่า… “กลุ่มคนยอดเยียมถกถึงไอเดีย กลุ่มคนทั่วไปถกถึงเหตุการณ์ กลุ่มคนต่ำต้อยถกถึงกลุ่มคนอื่น”

9. รอเวลาเพื่อให้แน่ใจว่าจะสำเร็จ จึงค่อยลงมือทำ

การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง จะทำให้คุณไม่สามารถพัฒนาตนเองได้ ความกลัวในความผิดพลาดจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ประสบความสำเร็จ

10. การเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น ไม่ว่าจะทำให้ตนเองรู้สึกดีหรือร้าย

เมื่อคุณวัดความสำเร็จของตนเองจากการเปรียบเทียบกับผู้อื่น คุณจะไม่มีวันพบเจอกับความสุขที่แท้จริง… เมื่อคุณบรรลุเป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่ง หรือประสบปัญหาความผิดพลาด อย่าให้ความคิดเห็นของใครมามีอำนาจเหนือความรู้สึกของตัวคุณเอง…

 

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก: Emotional Intelligence 2.0 โดย Travis Bradberry

เรียบเรียงโดย: ดร.หฤษฎ์ อินทะกนก

คุณมีความคิดเห็นว่าอย่างไร

ความคิดเห็นของคุณ

Leave a Response